กว่าจะจบปริญญาตรีที่นอร์เวย์#ตอนที่3

“มนุษย์เป็นสัตว์สังคม โดยสภาพธรรมชาติจะต้องมีชีวิตอยู่ร่วมกันกับบุคคลอื่น ๆ ติดต่อสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน พึ่งพาอาศัยกัน ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างอิสระตามลำพังแต่ผู้เดียวได้”  Aristotle ได้กล่าวไว้

จากประสบการณ์ส่วนตัวพิสูจน์มาแล้วว่าคำพูดนี้จริงที่สุด จำได้ว่าก่อนจะย้ายมานอร์เวย์คิดไว้ในใจเลยว่าจะไม่คบคนไทยใคร ฮ่าๆๆๆๆ ไม่สวยแต่หยิ่งนะจ๊ะ เพราะกลัวคนเจอไม่จริงใจ กลัวโดนหลอก วุ่นวายคนเยอะเรื่องแยะ โดยเฉพาะคนไทย คิดแบบนี้จริงๆ ก่อนมาได้รู้จักเพจ เพจหนึ่งซึ่งดังมากเป็นชุมชนของสาวไทยที่กำลังคบหาดูใจกับชาวต่างชาตฺ ทั้งคนที่อยากมา กำลังจะมาและย้ายมาอยู่ต่างประเทศแล้ว ถ้าเข้าข่ายที่กล่าวมาเกือบทุกคนต้องรู้จัก “เลดี้อินเตอร์” ซึ่งในเลดี้อินเตอร์เค้าก็จะแบ่งเป็นห้องย่อยๆซึ่งแบ่งตามประเทศที่อยู่หรือประเทศเป้าหมาย ซึ่งห้องที่เราเข้าไปเป็นสมาชิกในตอนนั้นเรียกว่า “บ้านนอริเก๊ะ” เพราะตอนนั้นกำลังหาข้อมูลประเทศนอร์เวย์อยู่ มันมีทั้งสาระที่เป็นประโยชน์ และดราม่า เป็นสมาชิกอยู่สักพักคิดในใจก่อนมาเลยว่าจะไม่ไปหาทางรู้จักกับคนไทย หมายถึงว่าไม่ไปเสาะหาอยากรู้จักคนโน้นคนนี้ หรือไปเสาะหาพบปะกับเพื่อนใหม่ๆ นี่คือความตั้งใจก่อนมา แต่ตอนนี้หน่ะเหรอ มีเพื่อนใหม่เป็นพันเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เอาจริงๆมีเพื่อนๆหลายคนที่รู้จักจากเวปนั้นและยังมิตรที่มีแต่ความปรารถนาดีให้กันจนทุกวันนี้ ทั้งคนที่เจอกันตัวเป็นๆ และหลายคนที่เจอกันผ่านตัวหนังสือ ถึงจะไม่ได้เจอก็ยังรู้สึกได้ถึงความปรารถนาดีเหล่านั้นขอบคุณบ้านนอริเก๊ะค่ะ

ด้วยนิสัยส่วนตัวที่มีความใส่ใจคนรอบข้างค่อนข้างมาก ภาษาหยาบๆก็เรียนว่าเสือกนั่นแหละ บวกกับมีความรู้สึกเบิกบานใจเป็นที่สุดเมื่อได้ช่วยเหลือผู้อื่น ใจมันพองๆ เคยเป็นไหม มันรู้สึกเหมือนหน้าเราใหญ่ขึ้นๆ หรือบางคนจะเรียกเราว่าอยากได้หน้า ทำงานเอาหน้าอะไรก็ว่าไปแล้วแต่จะจำกัดความ ทำให้เรานึกถึงคำสอนของหลวงปู่ชา สุภัทโท ที่ท่านบอกว่า “ทำความดีอยู่คนเดียว ไม่มีใครเห็น มัน ก็ยังดีอยู่นั่นเองแหละ” คิดเข้าข้างตัวเองว่าเราช่วยคนอื่นถึงจะทำเพราะอยากได้หน้าเราก็ได้ช่วยคนอื่นอยู่ดี ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจะช่วยเต็มความสามารถที่เราช่วยได้เท่านั้นนะ ไม่ใช่ว่าจะช่วยจนตัวเองเดือดร้อน เพราะนิสัยถาวรทั้งสองอย่างนี้ (ใส่ใจคนรอบข้างค่อนข้างมาก+เบิกบานใจเป็นที่สุดเมื่อได้ช่วยเหลือผู้อื่น) เป็นที่มาของการจัดตั้งกลุ่มนักเรียนไทยในนอร์เวย์

จากกลุ่มผู้บุกเบิกทั้งห้าคนซึ่งมีเรา มีจี,กิฟท์,แก้วและคิม ก็เริ่มมีสมาชิกเข้ามาเรื่อยๆ คนแรกที่เข้ามาคือน้องเมย์ ภัทรวดี เจอเมย์วันแรกในวันชาตินอร์เวย์ จากการแนะนำของน้องแก้ว วันแรกที่รู้จักกันน้องพูดน้อยมาก แต่พอยิ่งรู้จักเมย์ยิ่งทำให้ทึ่งในทุกๆเรื่อง ใครจะไปคิดว่าน้องหน้าหมวยๆบอบบางคนนี้แบกพรมอีเกียที่หนักมาก ย้ำว่าหนักมากจากอีเกียจนมาถึงหอพักในชั้นห้าแบบไม่มีลิฟท์มาแล้ว เมย์เก่งทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนการันตีจากเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่องงานสมัครงานที่ไหนได้ทุกที่ เรื่องความอดทน เมย์สามารถกินอาหารซ้ำๆกันได้เป็นอาทิตย์ ฮิฮิฮิฮิ ความขยันและความมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ คือเมย์เป็นหนึ่งในไอดอลของพี่เลยนะ นิยามของเมย์คือ ไม่มีอะไรที่เมย์ทำไม่ได้ เมย์ทำได้ทุกเรื่องและทำได้ดีด้วยพวกเราปรึกษากันทุกเรื่อง ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ เรามีกลุ่มที่คุยกันทุกวันมาตลอด4ปีกว่าๆที่รู้จักกันมา เป็นกลุ่มที่บำบัดซึ่งกันและกัน เมย์คือหนึ่งในสมาชิก Four seasonsฮ่าๆๆๆ มีใครบ้างต้องติดตาม คิดถึงนางมากตอนนี้นางย้ายกลับไปสวีเดน ไม่มีเพื่อนกินอาหารอีสาน ฮิฮิฮิ ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานสำคัญของน้อง นั่นก็คือการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งในวันที่หนาวเหน็บ ถึงเมย์ไม่ได้เรียนที่นอร์เวย์แต่เป็นหนึ่งในสมาชิกที่ช่วยเหลือกิจกรรมของกลุ่มนักเรียนไทยมาโดยตลอด คิดถึงๆๆๆเดี๋ยวจัดเวลาไปเยี่ยมที่สต็อคโฮล์ม ตั้งแต่น้องย้ายไปน้องก็กินดีอยู่ดี กินข้าวนอกบ้านทุกวัน อิจฉาเบาๆ ฮิฮิฮิ

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s